วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

อยากดูเด็กแบบไม่แคร์อายุ ..มีวิธี

 
 
เว็บไซต์ Fitnea เผย 5 วิธี ในการดูแลสุขภาพผิวทั้งภายในและภายนอก เพื่อคงความอ่อนเยาว์แม่อายุจะเพิ่มขึ้น
ดื่มน้ำมากๆ : ในร่างกายของคนเรามีน้ำอยู่ประมาณ 60% และจะถูกใช้หมดแบบวันต่อวัน ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว หรือถ้ามากกว่านั้นได้ก็ยิ่งดี นอกจากนี้ยังจะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้อย่างราบรื่น และการทำงานผิดปกติของลำไส้ แถมยังช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น เปล่งปลั่งและอ่อนนุ่ม โดยการกักเก็บความชุ่มชื้นและล้างของเสียออกจากร่างกาย
 
ลดเครียด : ทุกคนล้วนมีความเครียดเข้ามาชีวิต ถ้าหากเรียนรู้ที่จะจัดการกับมันแล้ว จะพบว่าชีวิตจะดีขึ้น งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าภาวะความเครียด จะทำให้แก่เร็ว เมื่อรู้สึกเครียด ร่างกายสูญเสียสมดุลตามธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย ส่งผลถึงการหลั่งฮอร์โมนเซลล์ซ่อมแซม และการสร้างคอลลาเจน มีหลายวิธีที่จะช่วยคลายความเครียด โดยการเบี่ยงเบนความสนใจไปยังสิ่งอื่น เช่น การออกกำลังกายเพื่อลดความเครียด โยคะ การหายใจลึก ๆ และการทำสมาธิ สามารถลดความเครียด อีกทั้งยังเพิ่มออกซิเจน , การไหลเวียนของเลือด และเพิ่มระดับพลังงาน
ใช้ผลไม้บำรุงผิวหน้า : นั่นคือการทำมาร์กผลไม้นั่นเอง การทามะละกอลงบางส่วนบนใบหน้า เอนไซม์ผลไม้ที่เรียกว่าปาเปน จะผลัดผิวแห้งออก และลดการสะสมของเมลานิน หรือสตรอเบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ว่านหางจระเข้ ช่วยต่อต้านริ้วรอย ช่วยให้ผิวดูอ่อนวัยอย่างเป็นธรรมชาติ
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายถือเป็นขั้นตอนสำคัญใน การดูแลผิว การออกกำลังกายจะช่วยเรื่องความตึงตัวและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดทั่วร่างกาย ส่งผลดีต่อสมอง วิธีที่ง่ายที่สุด นั่นคือ การเดิน
ทานอาหารสุขภาพ : อยู่ให้ห่างจากเนื้อแดงและเนื้อวัว ทานอาหารทะเลแทนถ้าเป็นไปได้ บอกลาขนมปังขาวเน้นพวกเมล็ดพืชดีกว่า ควรทานผักและผลไม้ ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ปัจจัยสำคัญของเรื่องอายุและโรคต่าง ๆ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยให้ดูดีมากขึ้น



วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557

ไอแห้ง-ท้องผูก 'เมล็ดสน' ช่วยได้

เมล็ดสน (Pine Nut) ได้จากต้นสนที่มีมากกว่า 20 สายพันธุ์ ในแถบเอเชียนิยมสายพันธุ์ Korean Pine และ Chiloga Pine ต้นสนเติบโตได้ดีในประเทศเกาหลี จีน ญี่ปุ่น และแถบไซบีเรีย โดยการทำยาจากเมล็ดสน ให้กะเทาะเปลือกแข็งออก เพื่อใช้เมล็ดภายใน
หนังสือ สมุนไพร 91 ชนิด พิชิตโรค ชุดตำรายาล้ำค่าของหมอโฮจุนที่ UNESCO คัดเลือกให้เป็นมรกดความทรงจำแห่งโลก บันทึกไว้ว่า นำเมล็ดสนที่แก่จัดมากะเทาะเปลือกออก แล้วนำไปตากแดด เมล็ดสนจะช่วยบำรุงลมปราณและโลหิต เสริมการทำงานของปอดและแก้ไอ ช่วยสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย อวัยวะภายในผ่อนคลาย ทำให้คนผอมอ้วนขึ้นได้ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลดไข้จากความหนาวและความชื้น แก้วิงเวียนศีรษะและท้องผูก

กรณีท้องผูกให้ใช้เมล็ดสนกับเมล็ดสนหางสิงห์ (Thuja) ในปริมาณเท่ากัน บดให้เป็นผง กินตอนท้องว่าง วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 4-5 กรัม

ถ้าผอมฮวบฮาบ หายใจเร็ว เบื่ออาหาร มีไข้อ่อน ๆ และเหงื่อออกมาก ให้ผสมเมล็ดสน ผลกุหลาบจีน โก่วฉีจื่อ (เม็ดเก๋ากี้) อย่างละ 320 กรัม และใส่ไม่เหมินตง 600 กรัม

นำ ส่วนผสมทั้งหมดมาต้นจนน้ำงวดและข้น แล้วเติมน้ำผึ้งและเคี่ยวให้งวดอีกรอบก็เสร็จสิ้น โดยให้กินขณะท้องว่าง ครั้งละ 30-50 กรัม เช้า-เย็น

กรณีไอแห้งๆ มานาน ให้บดเมล็ดสน 40 กรัม เมล็ดวอลนัต 80 กรัม เมื่อบดเสร็จให้เติมน้ำผึ้ง 20 กรัม ลงไปกวนให้เข้ากันก็เสร็จสิ้น เมื่อจะกินให้ตักมา 8 กรัม แล้วผสมน้ำอุ่นก่อนกิน

เพียงเท่านี้ อาการท้องผูก อาการไอแห้งๆ จะทุเลาลง.

วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

4 ทิปง่าย ๆ แก้อาการปวดประจำเดือน

4 ทิปง่าย ๆ แก้อาการปวดประจำเดือน


ทุกเดือนคุณสาว ๆ คงจะรู้สึกทุกข์ทรมานกับการปวดประจำเดือน แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้อาการปวดประจำเดือนของคุณทุเลาลง ดังนี้
1.ทำจิตใจให้เบิกบาน คลายความตึงเครียด มองโลกในแง่ดี ทำอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้จะช่วยปรับระบบฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลขึ้น
2.ดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ขิงมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ และทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น
3.ในระหว่างวันให้เพิ่มมื้ออาหารเล็ก ๆ เพราะผู้หญิงทั้งก่อนและระหว่างมีประจำเดือนนั้นมักรู้สึกต้องการของหวาน ควรเลือกเป็นพวกผลไม้ แซนวิชโฮลวีท แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง ไขมันสูง เช่น เค้ก ขนมหวาน น้ำตาลทรายขัดขาว เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดได้
4.หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดอาการไม่สบายเนื้อสบายตัว ลดอาการปวดท้องประจำเดือน หรืออาจช่วยไม่ให้ปวดท้องประจำเดือนเลยก็เป็นได้
วิธีง่าย ๆ แค่นี้ก็ช่วยให้สาว ๆ ไม่ต้องหงุดหงิดกับอาการปวดท้องประจำเดือนในทุก ๆ เดือนอีกต่อไป

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

นอนหลับท่าไหนดีที่สุด

นอนหลับท่าไหนดีที่สุด



การนอนมีความสัมพันธ์กับกระดูกสันหลัง เพราะหากนอนผิดท่า เช่น นอนงอตัวหรือนอนบิดตัว ติดต่อกันหลายๆ ปี อาจทำให้กระดูกสันหลังเลื่อนออกนอกแนวระนาบ ผิดรูป หรือคดงอได้ ท่านอน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นอนหลับสนิท ตื่นนอนอย่างสดชื่นและไม่ปวดเมื่อย นอนหงาย ควรใช้หมอนหนุนหัวแบบต่ำเพื่อให้ต้นคออยู่แนว เดียวกับลำตัว ป้องกันการปวดคอจากนอนคอพับหรือนอนเงยคอมากเกินไป แต่ท่านี้ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคปอดและโรคหัวใจ เพราะกล้ามเนื้อกระบังลมจะกด ทับปอดทำให้หายใจไม่สะดวก หัวใจทำงานลำบากขึ้น การนอนหงาย ยังอาจทำให้ผู้มีอาการปวดหลังมีอาการรุนแรงขึ้นด้วย

 นอนตะแคง การนอนตะแคงขวาช่วยให้หัวใจทำงานสะดวก และอาหารที่ค้างในกระเพาะจะถูกบีบลงลำไส้เล็กได้ดี ช่วยลดอาการปวดหลังได้ทางหนึ่ง แต่การนอนตะแคงซ้ายอาจทำให้เสียดลิ้นปี่ เพราะอาหารย่อยไม่หมดและค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร หญิงตั้งครรภ์ควรนอนตะแคงเพื่อไม่ให้มดลูกไปกดทับกระดูกสันหลังและเส้นเลือด แดงใหญ่กลางลำตัว

 นอนคว่ำหน้า อาจทำให้หายใจติดขัดและปวดต้นคอ เพราะคอแอ่นมาทางด้านหลังหรือบิดไปด้านใดด้านหนึ่งเป็นเวลานานๆ ถ้าต้องนอนคว่ำหน้าควรใช้หมอนรองใต้หน้าอกเพื่อไม่ให้ปวดเมื่อยต้นคอ

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

อาหารต้องห้ามขณะท้องเสีย

 

เวลา ท้องเสียมันแสนทรมานจริงๆ จะทานนู่นก็ไม่ได้ ทานนี่ก็ไม่ได้ เพราะกลัวอาการจะยิ่งหนักขึ้น ถ้าเช่นนั้นมาจำกันไว้ดีกว่า ว่าถ้าท้องเสียขึ้นมา อะไรทานได้ อะไรทานไม่ได้บ้าง

สำหรับคนท้องเสียเรื้อรัง มักจะมีอาการปวดท้อง และถ่ายเหลว ซึ่งจะเป็นๆ หายๆ บางคนเรียกว่า คนธาตุอ่อน อาหารต้องห้าม คือ อาหารจำพวกรสเผ็ด เปรี้ยว ของทอดของมัน เหล้า เบียร์ นมสด ชา กาแฟ น้ำส้ม สายชู และกะทิ เป็นต้น 

ส่วนอาหารที่ควรกิน ก็คืออาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ธัญพืชต่างๆ รวมถึงอาหารที่มีไขมันต่ำ มีจุลินทรีย์ชนิดแล็คโตบาซิลลัส หรือไบฟิโดแบคทีเรีย เป็นส่วนผสมอยู่ด้วยจะดีมาก นอกจากนั้นการกินอาหารในแต่ละครั้งก็ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ และควรเคี้ยวให้ละเอียดค่ะ

สำหรับอาการท้องเสียฉับพลัน เป็นอาการที่จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ มีลักษณะถ่ายเหลวเป็นน้ำ และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ไม่ควรทาน ผัก ผลไม้ และน้ำผลไม้

ส่วนอาหารที่ควรกิน ก็คือผงน้ำตาลเกลือแร่ ชงน้ำ เพราะเวลาที่เราท้องเสียร่างกายจะสูญเสีย เกลือแร่ ดังนั้นเราหมั่นดื่มเกลือแร่บ่อย ๆ แทนน้ำค่ะ นอกจากนั้นควรกินอาหารที่ย่อยง่ายอย่างเช่นโจ๊ก ข้าวต้ม เป็นต้น

เชื่อ ว่าการที่เราเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกวิธีในขณะที่ท้องเสียจะช่วย ให้ลำไส้ไม่ต้องทำงานหนัก อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราด้วย
 

นั่งเก้าอี้อย่างไรไม่ปวดหลัง

นั่งเก้าอี้อย่างไรไม่ปวดหลัง

**นั่งเก้าอี้ การนั่งเก้าอีั้อย่างถูกวิธีย่อมจะเป็นการดีต่อสุขภาพ แต่หากนั่งไม่ถูกวิธีอาจจะมีอาการปวดหลังขึ้นได้ และเราจะนั่งเก้าอี้ออย่างไรจึงจะไม่ปวดหลัง
**วัยเรียนที่ต้องนั่งเก้าอี้ทบทวนหนังสือ หาข้อมูล ทำการบ้าน หรือ พิมพ์รายงานผ่านคอมพิวเตอร์นาน ๆ หลายคนมักรู้สึกปวดเมื่อยบริเวณเอว หลัง และต้นคอ สร้างความหงุดหงิดใจให้บ่อยครั้ง รู้หรือไม่? ปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจาก “การนั่งเก้าอี้ที่ไม่ถูกต้อง”

**วิธีบรรเทาทำได้ เพียงพิจารณาเบาะเก้าอี้ ควรมีขนาดพอดี นั่งแล้วไม่อึดอัด หากเบาะใหญ่เกินไปควรหาหมอนมาหนุนหลัง จากนั้น นั่งให้เต็มก้น หลังพิงพนัก ช่วยลดอาการปวดคอ คอเกร็ง ส่วนเท้าวางราบสัมผัสพื้น

**สำหรับที่พักแขน ตรวจดูความแข็งแรงให้เหมาะสมสำหรับค้ำยันตัวขณะลุก และอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เกะกะเวลาพิมพ์งาน นอกจากนี้ ข้อศอกควรวางอยู่ระดับเดียวกับพื้นโต๊ะ ป้องกันช่วงไหล่เกิดอาการเกร็ง

**กรณีโต๊ะต่ำกว่าเก้าอี้ เมื่ออ่านหนังสือควรหาอุปกรณ์มาเสริมให้หนังสือวางสูงระดับหน้าอก ป้องกันกล้ามเนื้อคอทำงานหนักจนเกิดอาการตึง และส่งผลให้ปวดหลัง อันเกิดจากการก้มโน้มตัวอ่านหนังสือมากเกินไป

**ทั้งนี้ ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อยืดเส้นยืดสายให้เส้นเอ็นคลายตัว แต่เลี่ยงการก้ม หรือ เอี่ยวหลังแรง ๆ เพราะจะทำให้เจ็บกล้ามเนื้อได้